การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเสริมคาง

เสริมคาง ศัลยกรรมแขนงหนึ่งที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน ช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้เข้ารูป มีมิติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้ากลมหรือเหลี่ยมก็สามารถมีหน้าเรียวคมแบบธรรมชาติได้ แต่ก่อนที่จะถึงขั้นตอนนั้นควรศึกษาหาข้อมูลเบื่องต้น เพราะการเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามจริงมีความสำคัญที่สุด

การเสริมคาง จะเสริมได้ด้วยวัสดุสองชนิด ได้แก่

  • การเสริมด้วยซิลิโคนชนิดแท่ง
  • ฉีดไขมันของตัวเอง

การเสริมคางสามารถทำได้สองวิธี คือ

  • การเสริมคางแบบผ่าจากด้านในของปาก แพทย์จะเปิดแผลบริเวณด้านในปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2-3 ซม. เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะไม่เห็นแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัดนั้นเอง
  • การเสริมคางแบบผ่าจากด้านนอกของปาก แพทย์จะเปิดแผลที่บริเวณใต้คาง ได้รับความนิยมน้อยกว่าแบบในปาก เพราะมักจะหลงเหลือแผลเป็นเอาไว้หลังจากที่แผลหายสนิทแล้ว

ทำไมต้องเลือกขนาดของคางให้เหมาะสมกับใบหน้า

  • เหตุผลคือ ถ้าคุณเสริมคางแล้วมีลักษณะแหลมยาวผิดปกติ ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ คุณชอบไหม? นั้นคือเหตุผลที่ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับใบหน้าเดิม เพื่อความสวยงาม การเสริมคางด้วยขนาดที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ยังส่งผลต่อกระดูดคางและผิวหนังด้วย

ควรเสริมคางเมื่อไหร่

  • การศัลยกรรมอวัยวะส่วนใดก็ตามแต่ ควรทำในช่วงอายุที่ร่างกายเจริญเติบโตแล้วเต็มที่ โดยช่วงที่เหมาะสม คือ 18 ปีขึ้นไป

วิธีเลือกคลินิกและโรงพยาบาลเพื่อศัลยกรรม

  • ควรเลือกสถานที่ศัลยกรรมในที่เปิดในรูปแบบคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ถูกต้องตามกฏหมาย มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมเป็นอย่างดี มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ และควรเลือกอย่างน้อย 2-3 แห่ง แล้วลองเข้าไปปรึกษาเบื้องต้นกับคุณหมอที่ทำศัลยกรรมในคลินิกนั้นๆ สอบถามราคา ค่าใช้จ่ายเพื่อประกอบการตัดสินใจ

 

Pic Article 08

 

วิธีเตรียมตัวก่อนรับการผ่าตัด

  • งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกชนิด ยาแอสไพริน เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน (วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ วิตามินอีและน้ำมันอื่นๆอย่างน้อย 3 เดือน)
  • หากมีประวัติแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • ต้องไม่มีไข้ ไม่สบาย หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • หากมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใดๆที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์
  • หากเคยผ่านการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใดๆเข้าร่างกายมาก่อน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัดและไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง

  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • หากมีการผ่าตัดแผลอยู่ในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน 72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรกตลอดทั้งวัน ห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด ใช้เจลเย็น หรือน้ำแข็งก็ได้ (หากเป็นน้ำแข็งควรห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำโดนแผล) ให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่ ประคบไว้จนเย็นรู้สึกชาแล้วพัก ประคบไปเรื่อยๆบ่อยมากเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
  • นอนให้ตำแหน่งศีรษะอยู่สูงกว่าสูงกว่าลำตัว ให้ร่างกายได้ขับเลือดที่เสียจากสูงลงสู่ที่ต่ำ เพื่อช่วยให้ไม่บวม
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบ อาจจะประกอบด้วย ยาแก้อักเสบ ฆ่าเชื้อ ลดบวม แก้ปวด เพราะแพทย์ได้สั่งยาที่จำเป็นให้เพียงพอ หากรับประทานหมดแล้วไม่ควรซื้อยารับประทานต่อเอง
  • พบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง จนแพทย์มั่นใจว่าการผ่าตัดของคุณเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหา
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงโดยเด็ดขาด
  • หากเป็นไหมตัด แพทย์จะนัดตัดไหมแผลใต้คางในวันที่ 15
  • หากมีอาการผิดปกติต่างๆ ให้ไปพบแพทย์ อย่าปล่อยไว้ หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง
  • คางเป็นส่วนที่อยู่ต่ำที่สุดของใบหน้าจะทำให้บวมและยุบช้ากว่าการทำศัลยกรรมอื่น ใจเย็นๆ เมื่อเวลาผ่านไปคางจะเข้าที่เองในระยะเวลา 1-3 เดือน

ผลข้างเคียงจากศัลยกรรม

  • สำหรับการศัลยกรรมคาง อาจมีผลข้างเคียงหรือข้อผิดพลาดได้ไม่ต่างกับการผ่าตัดชนิดอื่น ๆ ที่พบได้บ่อยก็คือ อาการแผลอักเสบหรือติดเชื้อ โดยในระยะแรกที่แผลยังไม่หายควรรีบกลับไปหาแพทย์เพื่อรักษาให้เร็วที่สุดหากช้าอาจมีอาการรุนแรงจนต้องผ่าตัดซิลิโคนออก
  • อาการคางเบี้ยว ควรพบแพทย์เพื่อให้แก้ไข
  • การเสริมด้วยแท่งซิลิโคน อาจเกิดอาการชาที่ปากได้ เพราะแท่งซิลิโคนกดทับเส้นประสาท อาการนี้มักจะเกิดเป็นเวลาชั่วคราว ไม่นานก็หายเป็นปกติได้เอง

นอกจากข้อมูลเบื้องต้นที่เรานำมาเป็นแนวทางแล้ว ควรศึกษาขั้นตอนของทั้งหมดจากสถานเสริมความงามหรือโรงพยาบาลให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เพราะแต่ละที่นั้นไม่เหมือนกัน บางที่มีมากกว่าหรือน้อยกว่า ดังนั้นหากคุณต้องการทำที่ใดก็ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่นั่นนะค่ะ