วิธีการเสริมทั้ง 3 แบบ แตกต่างกันอย่างไร

สาวๆ ที่สนใจในเรื่องศัลยกรรมคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการศัลยกรรมนั้นสามารถทำได้หลายวิธีและขึ้นอยู่กับว่าแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมนั้นมีความชำนาญในด้านไหน เช่นเดียวกันการทำศัลยกรรมหน้าอก สาวๆ ที่อยากอกใหญ่อกโต ก็สามารถศัลยกรรมได้หลายวิธีด้วยกัน โดยทัวไปแล้วจะมีสามรูปแบบคือ ทางสะดือ, ใต้ราวนม และใต้รักแร้ แต่ถ้าหากจะให้บอกว่าแบบไหนดีที่สุดน่าทำที่สุดอันนี้คงจะต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำศัลยกรรมเอง เอาเป็นว่าเรามีความแตกต่างของแต่ละวิธีมาบอกกัน ลองไปดูกันเลย

Artboard 18 copy 4 1 วิธีการเสริมทั้ง 3 แบบ แตกต่างกันอย่างไร

  1. ศัลยกรรมทางใต้รักแร้

วิธีในการเสริมหน้าอกใต้รักแร้นั้น แพทย์จะใส่ถุงเต้านมได้หลายตำแหน่งด้วยกันคือ เหนือกล้ามเนื้อ, ใต้กล้ามเนื้อบางส่วนและใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด โดยปกติแล้วการใส่ถุงเต้านมใต้รักแร้นั้นมักจะใส่ที่ใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด เพราะจะยกกล้ามเนื้อขึ้นได้ทั้งหมดทำให้ได้ทรงของเต้านมที่เต่งตึงสมใจ นอกจากนี้ก็ยังมีข้อดีที่ช่วยซ่อนรอยแผลเป็นได้ง่ายที่สุดด้วย

ข้อเสีย : แม้ว่าจะมีข้อดีในเรื่องของความสวยงามที่ได้รูปตามความต้องการมากที่สุดก็จริง แต่การศัลยกรรมหน้าอกทางใต้รักแร้ก็ยังมีข้อเสียอยู่เหมือนกันคือ ในกรณีที่ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลังผ่าตัดไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขทางทางใต้รักแร้ได้ เพราะจะมองไม่เห็นตำแหน่งของถุงเต้านมได้ชัดเจน ทำให้การแก้ปัญหานั้นต้องผ่าตัดเปิดแผลที่หัวนมหรือปานนมแทน นอกจากนี้การผ่าตัดแก้ไขที่หัวนมหรือปานนมก็ยังจะทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บหลังผ่าตัดได้พอสมควร นอกจากนี้ การผ่าตัดทางรักแร้ หากแพทย์ ขาดความชำนาญ เลาะโพรงได้ไม่ดี อาจทำให้หน้าอกอยู่สูงกว่าปกติและดูห่างได้อีกด้วย

  1. ศัลยกรรมทางสะดือ

เป็นวิธีทำหน้าอกที่มีมายาวนานกว่า 15 ปี ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมในการทำศัลยกรรมด้วยวิธีนี้มากนักเพราะต้องใช้เครื่องมือที่พิเศษและเฉพาะทางแถมยังมีวิธีที่ง่ายกว่าให้เลือกด้วย การผ่าตัดเสริมหน้าอก ผ่านทางสะดือ ต้องใช้วิธีผ่าตัดผ่านกล้องเข้าช่วย และต้องใช้ซิลิโคนเป็นชนิดถุงน้ำเกลือ ข้อดีของการทำนมด้วยวิธีนี้ก็คือจะสามารถวางถุงเต้านมในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ไม่ว่าจะเป็นทั้งเหนือและใต้กล้ามเนื้อก็ตาม แถมการทำนมผ่านทางสะดือก็ยังช่วยซ่อนรอยแผลเป็นได้ดี เพราะไม่มีให้เห็นที่บริเวณเต้านม และยังมีความเจ็บปวดในการผ่าตัดที่ค่อนข้างน้อย

เนื่องจากวิธีนี้แพทย์นำถุงน้ำเกลือม้วนสอดเข้าไปผ่านกล้องแล้วค่อยเติมน้ำเกลือเมื่อได้ตำแหน่งของเต้านมที่ต้องการแล้ว

ข้อเสีย : สำหรับข้อเสียของการทำนมทางสะดือนั้นก็คือ การใส่ถุงเต้านมที่ใต้กล้ามเนื้อนั้นทำได้ยากและใช้เวลานาน ถ้าหากแพทย์ที่ทำให้ไม่มีความชำนาญมากเพียงพอ อาจจะวางถุงเต้านมในตำแหน่งผิดก็จำเป็นที่จะต้องผ่าตัดเปิดแผลใหม่ที่ราวนมหรือปานนมเพื่อขยับถุงเต้านมให้ได้ตำแหน่ง กลายเป็นเพิ่มความเจ็บจากการผ่าตัดและสร้างรอยแผลเป็นที่เต้านมไว้อีกด้วย และการผ่าตัดทำนมผ่านทางสะดือนั้นก็มีข้อจำกัดอยู่ที่ว่าต้องใช้ถุงน้ำเกลือเท่านั้น ไม่สามารถใช้ถุงเจลในการทำศัลยกรรมได้ และถึงจะใช้ถุงเจลก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเพราะเสี่ยงต่อการเกิดข้อผิดพลาดต่างๆ ขึ้น

2 1 วิธีการเสริมทั้ง 3 แบบ แตกต่างกันอย่างไร

  1. ศัลยกรรมใต้ราวนม

วิธีการทำนมโดยผ่าตัดเปิดแผลที่บริเวณใต้ราวนมนั้น แพทย์จะใช้วิธีนี้ในกรณีที่คนไข้ต้องการที่จะแก้ไขปัญหา เช่นพังพืด, ถุงนมเคลื่อนหรือไม่ได้ตำแหน่งที่ต้องการ เป็นต้น โดยไม่ว่าจะผ่าตัดเปิดแผลที่ตำแหน่งอื่นๆ มาแล้วก็ตาม แต่การแก้ไขจำเป็นที่จะต้องเปิดแผลที่ใต้ราวนม เพราะแก้ไขได้ง่ายที่สุด และปลอดภัยที่สุด การผ่าตัด ผ่านทางใต้ราวนมเป็นการผ่าที่เลาะโพรงง่ายที่สุด มีความแม่นยำสูง และเห็นบริเวณที่ทำการผ่าตัดได้ชัดเจนสุด การจัดวางซิลิโคนก็ทำได้สวยที่สุด โดยแพทย์สามารถเลาะโพรง ให้ชิดกันได้มากที่สุด วิธีนี้จะใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยและเจ็บน้อยกว่า

ข้อเสีย : คนที่เนื้อนมน้อยจนไม่เห็นขอบใต้ราวนมทำให้แพทย์ต้องคาดเดาเอาเองว่าขอบใต้ราวนมจะเกิดขึ้นใหม่ในตำแหน่งใดหลังการผ่าตัด ซึ่งแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะไม่ค่อยมีปัญหาตามมา นอกจากนี้การทำหน้าอกทางใต้ราวนมก็จำเป็นต้องเลือกขนาดที่เหมาะสมและพึงพอใจที่สุด เพื่อลดปัญหาของขนาดรอยแผลเป็น เพราะเมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดในภายหลัง อาจทำให้รอยแผลเป็นเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย

จากทั้งสามวิธีที่เรานำมาบอกกันนี้จะเห็นได้ชัดว่าวิธีศัลยกรรมหน้าอกที่ช่วยให้ซ่อนรอยแผลเป็นได้ดีก็คือการทำศัลยกรรมใต้รักแร้ แถมยังให้ความรู้สึกเจ็บหลังผ่าตัดที่น้อยกว่าวิธีอื่นด้วย ทั้งนี้คนไข้เองก็ควรจะเลือกขนาดให้เหมาะสมกับรูปร่างและดูแลรักษาหลังศัลยกรรมให้ดีเพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงในการต้องผ่าตัดเปิดแผลใหม่เพื่อแก้ไขในอนาคต